ผีแดง รายได้เพิ่มขึ้น 17% หลังกลับมาลงแข่ง ชปล.

 

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีรายได้ในไตรมาสแรกถึง 141 ล้านปอนด์ หรือเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีที่แล้ว โดยมีกำไรจากการดำเนินการ 15.2 ล้านปอนด์

 

โดยงบการเงินดังกล่าวเป็นผลจากการดำเนินกิจการในช่วงไตรมาสแรก (เดือนกรกฎาคม – กันยายน 2017) ซึ่งเป็นช่วงปรีซีซั่น รวมถึงมีการซื้อขายนักเตะ ไม่ว่าจะเป็นการเซ็นสัญญากับ โรเมลู ลูกากู, เนมานย่า มาติช และ วิตเตอร์ ลินเดอลอฟ

 

การได้สิทธิ์กลับมาเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มในฤดูกาลนี้ เป็นปัจจัยสำตัญที่มำให้ แมนฯยูไนเต็ด มีรายได้เข้าสโมสรเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินจากการถ่ายทอดสดและรายได้ที่เข้ามาในวันแข่งขัน

 

เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานฝ่ายบริหาร และผู้อำนวยการของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยว่า รายได้ที่เพิ่มขึ้นนอกจากเป็นผลมาจาก การทำผลงานได้ดีในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จากการชนะ 4 นัดรวดแล้ว สโมสรยังผ่านถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกคาราบาว คัพ ด้วย ส่งผลให้ทีมมีเกมต้องลงแข่งขันเพิ่มขึ้น และเมื่อมีเกมลงแข่งมากขึ้น รายได้ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

 

ขณะที่หนี้สินรวมของสโมสร ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาตลอดนับตั้งแต่ตระกูลเกรเซอร์ เข้ามาซื้อทีมเมื่อปี 2005 ปรากฎว่า มีหนี้สินรวมอยู่ที่ 286.1 ล้านปอนด์ หรือลดลงถึง 20.6% ในช่วงปีที่ผ่านมา

 

สำหรับในปีงบประมาณนี้ ทาง แมนฯ ยูไนเต็ด คาดว่า จะมีรายได้รวมประมาณ 575-585 ล้านปอนด์ ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมของสโมสรเมื่อฤดูกาล 2015-16 ที่ทำได้ 515.3 ล้านปอนด์ แซงหน้า เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า เป็นสโมสรที่มีรายได้สูงที่สุดในโลกของฤดูกาลดังกล่าวด้วย

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *